ซื้อจากโรงงานจีนโดยตรง คืออะไร?
คือการติดต่อและสั่งซื้อสินค้าจากผู้ผลิตโดยตรงโดยไม่ผ่านคนกลาง ทำให้ควบคุมต้นทุน คุณภาพ และเงื่อนไขได้มากขึ้น
เหมาะกับใคร?
ธุรกิจที่ต้องการลดต้นทุนระยะยาว และควบคุม supply chain ด้วยตัวเอง
ความเสี่ยงคืออะไร?
การเลือกโรงงานผิด การสื่อสารคลาดเคลื่อน และความซับซ้อนด้านการนำเข้า เช่น ภาษี ศุลกากร และมาตรฐานสินค้าในประเทศไทย
หลายบริษัทอาจเคยคิดว่า ต่อให้ซื้อตรงจากโรงงานจีนได้จริง ราคาสินค้าอาจถูกลงก็จริง แต่พอรวมค่าขนส่ง เอกสาร ระวางเรือ ศุลกากร และขั้นตอนต่าง ๆ จนสินค้ามาส่งถึงหน้าโรงงานลูกค้าแล้ว สุดท้ายอาจไม่ได้ต่างจากการซื้อผ่านคนกลางมากนัก
“ไม่ต่าง” ในแบบที่คิดจริงไหม?
จากประสบการณ์การทำงานจริงของเรา สิ่งที่ทำให้แทบทุกบริษัทจ่ายแพง ไม่ได้อยู่แค่ที่ราคาสินค้า แต่อยู่ที่โครงสร้างการจัดซื้อเดิมที่ถูกบวกต้นทุนมาแทบทุกเลเยอร์ โดยที่ผู้ประกอบการไม่เคยเห็นต้นน้ำจริง ไม่เคยเห็นราคาจริง และไม่เคยเห็นต้นทุนรวมของทั้งกระบวนการแบบครบจริง
เมื่อไม่เห็นต้นน้ำ ก็ไม่มีทางเห็นต้นทุนที่แท้จริง และเมื่อไม่เห็นต้นทุนที่แท้จริง ก็ไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ตามเนื้อผ้าแล้วราคาที่ควรเป็นจริงอยู่ตรงไหน
BUBU-CHAINMATCH จึงไม่ได้ช่วยแค่หาโรงงาน แต่เราจัดการให้ครบทั้งกระบวนการ
ตั้งแต่คัดเลือกโรงงาน ตรวจสอบ เจรจา วางแผน ประสานงาน ขนส่ง เอกสาร และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
จนลูกค้าเห็นต้นทุนรวมจริงถึงหน้าโรงงานตัวเอง
และทุกงานที่ผ่านมือเรา เรายืนยันได้ชัดว่า ต้นทุนรวมไม่เคยสูงกว่าการจัดหาผ่านคนกลางแม้แต่ครั้งเดียว
ตัวเลขต้นทุนรวมจริง ครบทั้งกระบวนการ ตั้งแต่จีนจนถึงหน้าโรงงานไทย
คำถามว่า “ซื้อตรงจากโรงงานจีน ต้นทุนรวมยังคุ้มไหม”
คำตอบไม่ได้อยู่ที่ราคาหน้าโรงงานอย่างเดียว
แต่ต้องแยกต้นทุนออกเป็น 2 กลุ่มก่อน
- ข้อมูล ชุดที่1 คือค่าใช้จ่ายที่เกิดทุกครั้งเมื่อมีการสั่งซื้อจริง
- ข้อมูล ชุดที่2 คือค่าใช้จ่ายที่เกิดตอนขึ้นระบบ ขออนุญาต หรือทำ compliance ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
ถ้าไม่แยก 2 ชุดนี้ออกจากกัน ผู้ประกอบการจะเห็นแค่ราคา Door to Door แบบก้อนเดียว แบบปนกันของ ต้นทุนที่ต้องจ่ายทุกตู้ และค่าใช้จ่ายตั้งต้นที่ไม่ได้เกิดซ้ำทุก PO
BUBU-CHAINMATCH ภายใต้ BUBULAALAA Co., Ltd. สรุปต้นทุนจริงทั้งกระบวนการจากโปรเจกต์ตัวอย่างจริง ให้เห็นทีละรายการ ทั้งเงินออก ต้นทุนจริง ค่าบริการ และยอดรวมสุดท้ายถึงหน้าโรงงานลูกค้า
ตารางต้นทุนการดำเนินทั้งกระบวนการ | BUBU-CHAINMATCH
อ้างอิงตัวเลขราคาเฉพาะช่วงเวลาที่เขียนบทความนี้
(ราคาสินค้า ราคาค่าดำเนินการ มีการเปลี่ยนแปลงตามห่วงโซ่อุปทาน และระบบนิเวศของอุตสาหกรรมในช่วงเวลานั้น ๆ)
ข้อมูลชุดที่ 1
ค่าใช้จ่ายที่เกิดทุกครั้งต่อ PO / ต่อ shipment / ต่อตู้
กรณีศึกษา ตัวอย่างจากงานการนำเข้าสารเคมีกลุ่มฟอสเฟส ของ BUBU-CHAINMATCH
1 ตู้คอนเทนเนอร์ 20 ฟุต | น้ำหนัก 24 ตัน
| กลุ่มต้นทุน | รายการ | จำนวนเงิน (บาท/ตู้) | ลักษณะ |
|---|---|---|---|
| ต้นทุนสินค้า | ค่าสินค้า | 820,000.00 | เกิดทุก PO |
| Logistics จีน-ไทย | Freight | 23,100.00 | เกิดทุก PO |
| Quality Control | ค่านายตรวจ | 3,000.00 | เกิดตามเงื่อนไขงาน แต่ควรถือเป็น recurring |
| Risk Protection | ค่าประกัน | 2,000.00 | เกิดทุก PO / หรือควรมี |
| ภาษี | VAT 7% | 59,157.00 | เกิดทุก PO |
| Inland ไทย | ค่ารถหัวลากไทย | 8,000.00 | เกิดทุก PO |
| Shipping Documents | ค่าบริการสายเรือ | 10,000.00 | เกิดทุก PO |
| Import Docs | ค่าดำเนินการเอกสาร | 3,000.00 | เกิดทุก PO |
| Service Fee | ค่าบริการ BUBU-CHAINMATCH | 16,400.00 | เกิดทุก PO |
| รวม | ต้นทุนรวมถึงหน้าโรงงานลูกค้า | 944,657.00 |
หมายเหตุ: ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20ฟุต ใช้สำหรับสินค้าที่มีปริมาตรน้อยน้ำหนักมาก / ตู้ขนาด 40ฟุต ใช้สำหรับสินค้าน้ำหนักน้อยปริมาตรมาก
สมการต้นทุนรวมของเคสนี้ | BUBU-CHAINMATCH
ต้นทุนรวม
= ค่าสินค้า
+ Freight
+ ค่านายตรวจ
+ ค่าประกัน
+ VAT
+ ค่ารถหัวลาก
+ ค่าดำเนินการเอกสาร
+ ค่าบริการสายเรือ
+ ค่าบริการ BUBU-CHAINMATCH
= 820,000.00 + 23,100.00 + 3,000.00 + 2,000.00 + 59,157.00 + 8,000.00 + 3,000.00 + 10,000.00 + 16,400.00
= 944,657.00 บาท / ตู้
เปรียบเทียบต้นทุนกับคนกลาง (Direct vs Middleman Cost Comparison)
เมื่อเอาไปเทียบกับราคาเดิมจากคนกลางแบบ Door to Door ที่ 1,066,000.00 บาท / ตู้ จะเห็นว่า แม้รวมค่าบริการแล้ว ต้นทุนรวมก็ยังต่ำกว่า
ตารางเปรียบเทียบกับคนกลาง
| รายการ | บาท / ตู้ 24 ตัน |
|---|---|
| ราคาเดิมคนกลางแบบ Door to Door รวม | 1,066,000.00 |
| ราคาจากฐานข้อมูล BUBU-CHAINMATCH รวม | 944,657.00 |
| ส่วนต่างที่ประหยัดได้ / ตู้ | 121,343.00 |
สมการส่วนต่างที่ประหยัดได้
ส่วนต่างที่ประหยัดได้
= ราคาเดิมแบบคนกลาง – ราคาแบบ BUBU-CHAINMATCH รวมทุกขั้นตอน
= 1,066,000.00 – 944,657.00
= 121,343.00 บาท / ตู้
คิดเป็นสัดส่วน
เปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง
= 121,343 ÷ 1,066,000 × 100
= 11.38%
ถ้าคิดเป็นต้นทุนต่อกิโลกรัม
| รายการ | บาท / ตู้ | บาท / กก. |
|---|---|---|
| ราคาซื้อผ่านคนกลาง | 1,066,000.00 | 44.42 |
| ราคาแบบ BUBU-CHAINMATCH | 944,657.00 | 39.36 |
| ส่วนต่างที่ประหยัดได้ | 121,343.00 | 5.06 |
สูตร:
บาท / กก. = ราคาต่อ ตู้ ÷ 24,000.00 กก.
หากคิดเป็นปริมาณใช้งานจริงของโรงงาน
สมมติปริมาณการใช้ 1,000.00 ตัน / เดือน
1 ตู้คอนเทนเนอร์ = 24.00 ตัน
จำนวนตู้ต่อเดือน = 1,000.00 ÷ 24.00 = 41.67 ตู้
ตารางผลต่างรายเดือนและรายปี
| รายการ | มูลค่า |
|---|---|
| ประหยัดได้ต่อ 1 ตู้ | 121,343.00 บาท |
| จำนวนตู้ต่อเดือน | 41.67 ตู้ |
| ประหยัดได้ต่อเดือน | 5,055,292.00 บาท |
| ประหยัดได้ต่อปี | 60,663,504.00 บาท |
สมการรายเดือนและรายปี
- ประหยัดต่อเดือน
= 121,343.00 × 41.67
= 5,055,292.00 บาท - ประหยัดต่อปี
= 5,055,292.00 × 12
= 60,663,504.00 บาท
ตัวเลขชุดนี้คือ “ต้นทุนหมุนจริง” ที่เกิดเมื่อมี PO จริงทุกครั้ง
ราคาที่แสดงนี้ เป็นตัวเลขหลังรวมทุกอย่างแล้ว ไม่ใช่ราคาหน้าโรงงาน ไม่ใช่ราคาที่ตัดค่าใช้จ่ายบางตัวออกเพื่อให้ดูเหมือนราคาถูกกว่า และไม่ใช่ตัวเลขที่ซุกซ่อนค่าบริการไว้ทีหลัง
แปลตรง ๆ คือ ต่อให้ BUBU-CHAINMATCH คิดค่าบริการเข้าไปแล้ว ต้นทุนรวมก็ยังต่ำกว่าการซื้อผ่านคนกลางอยู่ดี
ตรงนี้คือจุดที่หลาย ๆ บริษัทมองข้าม เพราะเวลาซื้อผ่านคนกลาง ลูกค้ามักจะเห็นแค่ราคาเดียวแบบ Door to Door แต่ไม่เคยเห็นเลยว่าในราคาก้อนนั้นมีต้นทุนจริงเท่าไร ค่าดำเนินการเท่าไร ค่าคนกลางแต่ละชั้นเท่าไร และกำไรถูกบวกทับมาแล้วกี่เลเยอร์ รวมถึงมีความเสี่ยงอื่น ๆ อะไรบ้าง
ข้อมูลชุดที่ 2
ค่าใช้จ่าย one-time / setup / compliance สำหรับสารเคมีกลุ่ม phosphate
รายการนี้เป็นต้นทุนตั้งต้น จ่ายครั้งเดียว ต่อสินค้า ต่อรุ่น ต่อโรงงาน
หรือจ่ายตามรอบอายุ ไม่ได้เกิดทุก shipment
สำหรับบทความนี้ BUBU-CHAINMATCH ใช้วิธีอ้างอิง “ช่วงราคากลางในตลาด (เนื่องจากการเสนอราคาจริง จะต้องอ้างอิงตามประเภทสินค้าของแต่ละอุตสาหกรรม)
เพื่อเทียบให้เห็นภาพต่อจากราคาชุดที่ 1 จะต้องใช้รายการ ค่าใช้จ่าย one-time / setup ดังนี้
- ใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ (DLD)
- หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (DLD)
- Certificate of Free Sale
- HS Code review / classification
- Audit / qualification โรงงาน
- technical / compliance docs ที่ใช้รองรับการยื่นและการนำเข้า
| กลุ่มต้นทุน | รายการ | ราคากลางในตลาด (บาท) | ประมาณการ BUBU-CHAINMATCH (บาท) | ลักษณะ |
|---|---|---|---|---|
| Product registration | ใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ (DLD) | 45,000.00 – 80,000.00 | 50,000.00 | one-time / ต่ออายุใบอนุญาต |
| Product registration | หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (DLD) | 10,000.00 – 20,000.00 | 10,000.00 | one-time / ต่อสินค้า |
| Documentary setup | Certificate of Free Sale | 2,000.00 – 10,000.00 | 6,000.00 | ต่อฉบับ / ต่อชุด |
| Classification setup | HS Code review / classify | 3,000.00 – 15,000.00 | 9,000.00 | one-time / ต่อ product family |
| Supplier onboarding | Audit / Qualification โรงงาน | 30,000.00 – 120,000.00 | 75,000.00 | one-time |
| Technical documents | Spec pack / compliance docs | 10,000.00 – 40,000.00 | 25,000.00 | one-time |
สมการค่าใช้จ่ายตั้งต้นแบบตัวอย่างเท่านั้น ราคาจริงจะนำเสนอขึ้นอยู่กับรายละเอียดของสินค้าและประเภทอุตสาหกรรม
ต้นทุน setup / compliance เบื้องต้น
= ใบอนุญาตนำเข้าอาหารสัตว์ (DLD)
+ หนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ (DLD)
+ Certificate of Free Sale
+ HS Code
+ Audit / Qualification
+ Spec Pack / Compliance Docs
= 50,000.00 + 10,000.00 + 6,000.00 + 9,000.00 + 75,000.00 + 25,000.00
= 175,000.00 บาท
ตัวเลข 175,000.00 บาท นี้ เกิดขึ้นครั้งเดียวในช่วงเตรียมระบบก่อนเริ่มสั่งซื้อจริง
และเป็น “ค่าใช้จ่ายตั้งต้นของระบบ” ที่หลายบริษัทยังไม่เคยเห็น
เพราะมักถูกคนกลางรวมปนไว้ในราคาขายก้อนเดียว
พร้อมถือสิทธิ์ในเอกสารและข้อมูลสำคัญไว้กับตัวเอง โดยไม่เปิดให้คู่ค้าเห็นต้นทุนจริง
ถ้าผู้ประกอบการนำค่า setup นี้ไปเฉลี่ยกับปริมาณการซื้อจริง
ต้นทุนเฉลี่ยต่อหน่วยจะยิ่งต่ำลงอย่างชัดเจน
ตัวอย่างการเฉลี่ยค่า setup เบื้องต้น
ถ้าใช้สินค้าระดับ 1,000.00 ตัน / เดือน
ต้นทุน setup = 175,000.00 บาท
เฉลี่ยต่อ 1.00 เดือน = 175,000.00 บาท / เดือน
เฉลี่ยต่อ 1.00 ตัน = 175.00 บาท / ตัน
เฉลี่ยต่อ 1.00 กก. = 0.18 บาท / กก.
เมื่อเทียบกับส่วนต่าง recurring ที่ประหยัดได้จริงจากเคสสารเคมีกลุ่ม phosphates ซึ่งอยู่ที่ 5.06 บาท / กก. จะเห็นว่า ต่อให้รวมค่า setup เข้าไปแล้ว โครงสร้างใหม่ก็ยังคุ้มกว่าการซื้อผ่านคนกลางอยู่ดี
แล้วคนกลางบวกอะไรไว้บ้าง
คำตอบคือแทบทุกเลเยอร์ที่ลูกค้ามองไม่เห็น
ตั้งแต่ออกจากโรงงานผู้ผลิต Tier-1 > ไปโกดังคนกลางฝั่งจีน > ผ่านผู้รับจ้างขนส่งข้ามประเทศ > เข้าโกดังคนกลางฝั่งไทย > ผ่านคนทำเอกสาร > คนทำ HS Code > คนทำ Certificate of Free Sale > คนทำเรื่อง มอก., DLD., e-Tree, อย., ฯลฯ หรือข้อกำหนดเฉพาะในแต่ละอุตสาหกรรม
ก่อนจะมาถึงหน้าโรงงานลูกค้า
เมื่อคำถามคือ ทุกชั้นเหล่านี้จะไม่มีใครบวกกำไรเลย เป็นไปได้จริงไหม?
ยิ่งลูกค้าไม่ใช่ผู้ซื้อรายใหญ่มาก ก็ยิ่งถูกบวกเพิ่มง่าย
เพราะไม่มีอำนาจต่อรอง และไม่เห็นต้นทุนจริงแม้แต่รายการเดียว
ยิ่งถ้าลูกค้าไม่ใช่ผู้ซื้อรายใหญ่ ก็ยิ่งถูกบวกเพิ่ม
นี่คือเหตุผลที่หลายบริษัทรู้สึกว่า “ซื้อของมานาน แต่ไม่เคยรู้เลยว่าตามเนื้อผ้าจริง ๆ ควรมีราคาเท่าไร”
| รายการ | บาท / ตู้ | บาท / กก. |
|---|---|---|
| ราคาซื้อผ่านคนกลาง | 1,066,000.00 | 44.42 |
| ราคาแบบ BUBU-CHAINMATCH | 944,657.00 | 39.36 |
| ส่วนต่างที่ประหยัดได้ | 121,343.00 | 5.06 |
สูตร: บาท / กก. = ราคาต่อ ตู้ ÷ 24,000.00 บาท/กก.
ราคาอ้างอิงจากคนกลาง BUBULAALAA อ้างอิงจากราคาขายส่ง ณ เวลาที่เราสืบราคา / และราคาขายปลีกบางแหล่ง สูงถึงกก.ละ 70.00 บาท/กก.
หากเฉลี่ยต้นทุน one-time คืนทุนภายใน 1 ปี ก็ยังคุ้มกว่าอยู่ดี
เพื่อให้เห็นภาพ
BUBU-CHAINMATCH ลองคำนวณบนฐานที่ conservative มากขึ้น
โดยสมมติให้ลูกค้าใช้สินค้าเพียง 500.00 ตัน / เดือน
และเอาต้นทุน setup / compliance เบื้องต้นทั้งก้อนมาเฉลี่ยคืนทุนภายใน 1 ปี
วิธีคำนวน
จำนวนตู้ต่อเดือน = 500.00 ÷ 24.00 = 20.83 ตู้ / เดือน
จำนวนตู้ต่อปี = 20.83 × 12.00 = 250.00 ตู้ / ปี
ต้นทุน one-time ต่อ 1 ตู้ = 175,000.00 ÷ 250.00 = 700.00 บาท / ตู้
ต้นทุน one-time ต่อ 1 กก. = 700.00 ÷ 24,000.00 = 0.03 บาท / กก.
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| ส่วนต่างที่ประหยัดได้เดิม / ตู้ | 121,343.00 บาท |
| ค่า one-time setup เฉลี่ยคืนทุนใน 1 ปี / ตู้ | 700.00 บาท |
| ส่วนต่างสุทธิหลังเฉลี่ย one-time / ตู้ | 120,643.00 บาท |
| ส่วนต่างสุทธิหลังเฉลี่ย one-time / กก. | 5.03 บาท / กก. |
วิธีคำนวน
ส่วนต่างสุทธิหลังเฉลี่ย one-time = 121,343.00 – 700.00 = 120,643.00 บาท / ตู้
สรุปคือ ต่อให้บังคับตัวเองให้ “คืนทุนค่า setup ทั้งหมดภายใน 1 ปี”
และต่อให้ลดฐานการซื้อเหลือเพียง 500.00 ตัน / เดือน (ลดจาก 1,000 ตันเหลือ 500 ตัน เพื่อให้เป็นค่าเฉลี่ยอิงต่ำของทั้งปี)
โครงสร้างต้นทุนแบบ BUBU-CHAINMATCH ก็ยังต่ำกว่าการซื้อผ่านคนกลางอยู่ดี
อีกมุมที่คนมักเข้าใจผิด คือคิดว่าพอซื้อตรงแล้ว เรื่องเอกสาร มาตรฐาน ศุลกากร หรือขั้นตอนหลังบ้านจะยากและแพงขึ้นเสมอ
ทั้งที่ในงานจริง หลายรายการไม่ได้แพงอย่างที่คนกลางทำให้เชื่อ เพียงแต่ผู้ประกอบการไทยจำนวนมากไม่อยากรับรู้ความยุ่งยาก และต้นทุนจริงของส่วนเหล่านี้แบบแยกรายการ
สิ่งที่ BUBU-CHAINMATCH ทำต่างจากคนกลาง คือเราไม่ขายราคาแบบก้อนเดียว แต่แยกต้นทุนจริงให้ลูกค้าเห็นครบทุกเลเยอร์
- ค่าสินค้าอยู่ตรงไหน
- ค่าขนส่งอยู่ตรงไหน
- ค่าเอกสารอยู่ตรงไหน
- ค่าดำเนินการอยู่ตรงไหน
- ค่าบริการของเราอยู่ตรงไหน
- ยอดรวมสุดท้ายถึงหน้าโรงงานลูกค้าอยู่ที่เท่าไร
ราคาที่ลดลงไปหากเปลี่ยนเป็นระบบซื้อตรงจากโรงงานจีน
เมื่อเห็นตัวเลขครบ ผู้บริหารจะไม่ต้องเดาอีกต่อไปว่า “น่าจะคุ้ม”
แต่จะเห็นเลยว่า คุ้มเพราะอะไร ถูกกว่าตรงไหน
และโครงสร้างเดิมทำให้บริษัทจ่ายเกินจริงอยู่กี่ชั้น
ผลประโยชน์ที่บริษัทได้กลับมาแบบจับต้องได้
- ต้นทุนรวมทั้งกระบวนการ ถูกกว่าคนกลาง 121,343.00 บาท / ตู้
- หากใช้สินค้าระดับ 1,000 ตัน / เดือน ส่วนต่างขยับเป็นราว 5.05 ล้านบาท / เดือน
- คิดเป็นทั้งปี ประหยัดได้ประมาณ 60.66 ล้านบาท
- ตัวเลขนี้เป็นต้นทุนรวมจริง จนสินค้ามาส่งหน้าโรงงานลูกค้า ไม่ใช่ราคาหน้าโรงงานลอย ๆ
- ต่อให้รวมค่าบริการของ BUBU-CHAINMATCH แล้ว ต้นทุนรวมก็ยังต่ำกว่าการซื้อผ่านคนกลาง
อำนาจในการบริหารซัพพลายเชน
กลับมาอยู่ในมือของบริษัท 100%
- เอกสารสำคัญอยู่ในระบบที่ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ปล่อยให้คนกลางมีอำนาจในการถือครอง
- เรื่องนำเข้า มาตรฐาน และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ถูกจัดการอย่างถูกต้อง ไม่ต้องเสี่ยงกับโครงสร้างเทา ๆ
- บริษัทเห็นต้นน้ำจริง เห็นต้นทุนจริง และเห็นว่ากระบวนการแต่ละชั้นจ่ายไปกับอะไร
- อำนาจการตัดสินใจกลับมาอยู่กับผู้บริหารและบริษัทลูกค้า 100% ไม่ใช่อยู่ในมือของคนกลางหรือผู้ถือเอกสารแทน
- เมื่อระบบจัดซื้อโปร่งใสขึ้น บริษัทมีฐานที่แข็งแรงพอจะขยายการสั่งซื้อ ขยาย volume และ Scale Up ต่อได้ในอนาคต
BUBU-CHAINMATCH ไม่ได้พาไปเจอโรงงานแล้วจบ แต่ดูแลให้เรื่องเดินต่อได้จริง
จุดต่างสำคัญของ BUBU-CHAINMATCH ไม่ใช่แค่การหาโรงงานหรือทำราคาให้ถูกกว่า แต่คือการไม่ปล่อยให้ลูกค้าต้องกลับไปจัดการทุกอย่างเองหลังเริ่มดีลจริง
เมื่อบริษัทตัดสินใจทำงานกับเรา สิ่งที่ลูกค้าได้ไม่ใช่แค่รายชื่อโรงงาน แต่คือทีมที่ช่วยคัด ช่วยดู ช่วยประสานงานกับโรงงานจีน ด้วยภาษาธุรกิจจีน ช่วยจัดลำดับงานทั้งหมด แก้ปัญหาระหว่างทาง และช่วยให้การซื้อจริงเดินต่อได้อย่างมีระบบ ตั้งแต่ต้นทางในจีน จนถึงขั้นตอนที่สินค้ามาถึงโรงงานลูกค้าในไทย
เห็นต้นน้ำจริง เห็นต้นทุนจริง ตัดสินใจได้จริง
พร้อมดูแลผู้ประกอบการในระยะยาว
BUBU-CHAINMATCH ไม่ได้ทำหน้าที่แค่หาโรงงาน เราช่วยดูแลต่อให้ระบบเดินได้จริง ตั้งแต่คัดเลือกโรงงาน ตรวจสอบความเหมาะสมของสินค้า เจรจาเงื่อนไข ประสานงานกับโรงงานต้นทาง วางแผนขนส่ง ดูเรื่องเอกสารนำเข้า มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ระวางเรือ ศุลกากร และลำดับขั้นตอนจนสินค้ามาถึงหน้าโรงงานลูกค้าในไทย
พร้อมทีมที่ช่วยประคองทั้งกระบวนการให้เป็นระบบ ปิดช่องว่าง ปิดทุกความเสี่ยง และทำให้การค้ากับโรงงานจีนเดินต่อได้อย่างมั่นใจในระยะยาว ในราคาที่รวมคุ้มค่ากว่า
สรุปประเด็นสำคัญ: ซื้อตรงจากโรงงานจีน ต้นทุนรวมยังคุ้มไหม?
ซื้อตรงจากโรงงานจีนยังคุ้ม
หากพิจารณา “ต้นทุนรวม (Total Landed Cost)” ครบทุกขั้นตอน
ไม่ใช่แค่ราคาหน้าโรงงาน แต่รวมค่าขนส่ง เอกสาร ภาษี และค่าดำเนินการทั้งหมด
ในเคสจริงของ BUBU-CHAINMATCH:
- ต้นทุนรวมต่ำกว่าคนกลาง ~11.38%
- ประหยัดได้ 121,343.00 บาท / ตู้
- หากใช้ 1,000 ตัน/เดือน ประหยัดได้กว่า 5.00 ล้านบาท/เดือน
จุดต่างไม่ใช่แค่ “ราคาถูกกว่า”
แต่คือการเห็นต้นทุนจริงทุกเลเยอร์ และควบคุมซัพพลายเชนได้ทั้งระบบ
คำถามที่ผู้ประกอบการมักคิด ก่อนตัดสินใจซื้อตรงจากโรงงานจีน
ซื้อตรงจากโรงงานจีน ต้นทุนรวมยังคุ้มไหม?
ถ้ามองเฉพาะราคาหน้าโรงงาน คำตอบยังไม่ครบ ผู้ประกอบการต้องดูต้นทุนรวมทั้งกระบวนการ ตั้งแต่ค่าสินค้า ขนส่ง เอกสาร ระวางเรือ ศุลกากร มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง และค่าดำเนินการทั้งหมดด้วย
ในหลายกรณี เมื่อ BUBU-CHAINMATCH จัดการให้ครบ ต้นทุนรวมยังต่ำกว่าการซื้อผ่านคนกลางอย่างชัดเจน
ทำไมหลายบริษัทซื้อผ่านคนกลางมานาน แต่ยังไม่รู้ต้นทุนจริง?
เพราะโครงสร้างเดิมมักรวมต้นทุนหลายชั้นไว้ในราคาเดียว ลูกค้าจึงเห็นแค่ยอดสุดท้ายแบบ Door to Door
แต่ไม่เห็นว่าค่าสินค้าแท้จริงอยู่เท่าไร ค่าดำเนินการอยู่ตรงไหน เอกสารถูกบวกเท่าไร และมีกำไรของคนกลางซ้อนอยู่กี่เลเยอร์
BUBU-CHAINMATCH ช่วยแค่หาโรงงาน หรือช่วยต่อจนสินค้ามาถึงไทย?
BUBU-CHAINMATCH เราไม่ได้ช่วยแค่หาโรงงาน แต่ช่วยดูแลทั้งกระบวนการ ตั้งแต่คัดเลือกโรงงาน ตรวจสอบความเหมาะสมของสินค้า วางแผนให้ตั้งแต่เริ่มดีลจนจบกระบวนการ เจรจาเงื่อนไข ประสานงานกับต้นทาง วางแผนขนส่ง ดูเรื่องเอกสารนำเข้า มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ระวางเรือ ศุลกากร และลำดับขั้นตอนจนสินค้ามาถึงหน้าโรงงานลูกค้าในไทย
เอกสารและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง มีอะไรบ้าง?
ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้าและอุตสาหกรรม แต่โดยทั่วไปอาจเกี่ยวข้องกับเอกสารนำเข้า HS Code Certificate of Free Sale มอก. อย. DLD. e-Tree EST. หรือข้อกำหนดเฉพาะของหน่วยงานรัฐในแต่ละกลุ่มสินค้า จุดสำคัญไม่ใช่แค่มีเอกสาร แต่ต้องมีเอกสารที่ถูกต้อง ตรวจสอบได้ และอยู่ในระบบที่ลูกค้าควบคุมได้จริง
ซื้อตรงจากโรงงานจีนแล้ว บริษัทต้องทำเองทุกอย่างไหม?
ไม่จำเป็น ถ้ามีทีมที่จัดการเป็นระบบ ลูกค้าไม่ควรต้องไปไล่ทำเองทุกเรื่องแบบกระจัดกระจาย สิ่งที่ BUBU-CHAINMATCH ทำคือช่วยรวมภาพทั้งหมดให้ชัด วางลำดับให้ถูก และประสานเรื่องสำคัญให้เดินต่อได้จริง ลูกค้าจึงตัดสินใจได้ง่ายขึ้น และไม่ต้องรับภาระแบบเคว้ง ๆ หลังเริ่มซื้อจริง
สิ่งที่บริษัทได้เพิ่มจากการทำงานกับ BUBU-CHAINMATCH คืออะไร?
สิ่งที่ได้เพิ่มไม่ใช่แค่ต้นทุนรวมที่ต่ำลง แต่รวมถึงการเห็นต้นน้ำจริง เอกสารที่ถูกต้องอยู่ในระบบของตัวเอง อำนาจในการตัดสินใจที่กลับมาอยู่ในมือบริษัท ความชัดของกระบวนการทั้งหมด และฐานที่พร้อมกว่าสำหรับการขยายการสั่งซื้อในอนาคต
ก่อนตัดสินใจ คุณเห็นต้นทุนจริงของธุรกิจคุณแล้วหรือยัง
สุดท้ายแล้ว คำถามไม่ใช่แค่ “คุ้มไหม”
แต่คือ คุณเห็นต้นทุนจริงของธุรกิจแล้วหรือยัง
หลายบริษัทจ่ายในราคาที่คิดว่าปกติ
เพียงเพราะไม่เคยเห็นโครงสร้างต้นทุนตั้งแต่ต้นน้ำ
เมื่อไม่เห็น ก็ไม่มีทางรู้ว่า
กำไรที่ควรได้ กำลังหายไปตรงไหน
ถ้าคุณเริ่มตั้งคำถามกับต้นทุนเดิมหรือไม่มั่นใจว่าราคาที่จ่ายอยู่ เป็นราคาจริงหรือไม่
BUBU-CHAINMATCH ช่วยให้คุณเห็นต้นทุนจริงทั้งระบบ
ตั้งแต่โรงงานต้นทางในจีน
จนถึงต้นทุนรวมที่ส่งถึงหน้าโรงงานคุณในไทย
Operations & Partnerships Director
Methawee K.
FAQ: คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามบ่อย
01. ซื้อจากโรงงานจีนโดยตรง เหมาะกับธุรกิจแบบไหน?
ในหลายกรณีถูกกว่าจริง โดยเฉพาะเมื่อแยกต้นทุนทุกชั้นออกมาครบ และไม่ปล่อยให้คนกลางรวมหลายค่าใช้จ่ายไว้ในราคาก้อนเดียว
02. ต้นทุนรวมจากโรงงานจีน ต้องดูอะไรบ้าง?
ต้องดูทั้งค่าสินค้า ขนส่ง เอกสารนำเข้า ระวางเรือ ศุลกากร มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ค่าดำเนินการ และต้นทุนแฝงจากโครงสร้างเดิม
03. ยังมีความเสี่ยงอื่น ๆ หากซื้อผ่านคนกลางที่ต้องกังวลอีกไหม?
หลายครั้งการซื้อผ่านคนกลาง บริษัทไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเอกสารต่าง ๆ คนกลางทำให้ถูกต้องตามระบบของรัฐไหม? หลายครั้งผู้ซื้อมีความเสี่ยงโดนหางเลขไปด้วย
04. BUBU-CHAINMATCH ดูแลถึงระยะยาวไหม?
BUBU-CHAINMATCH ทำหน้าที่ช่วยให้การซื้อจริงเดินต่อได้อย่างเป็นระบบ ไม่ใช่พาไปเจอโรงงานแล้วปล่อยให้ลูกค้ารับต่อเองแบบไม่มีโครงสร้าง
05. ผู้ประกอบการควรเริ่มตอนไหน?
ควรเริ่มเมื่อบริษัทเริ่มตั้งคำถามกับโครงสร้างจัดซื้อเดิมมากขึ้น และต้องการเห็นต้นทุนจริงทั้งระบบก่อนจ่ายแพงแบบเดิมต่อไป



