BUBU-CHAINMATCH ให้บริการจัดหาวัตถุดิบและซัพพลายเออร์จีน
http://ภาพประกอบบทความ%20CBAM%20กับความเสี่ยง%20Supply%20Chain%20ของธุรกิจไทยที่นำเข้าวัตถุดิบและชิ้นส่วนจากจีน

ถ้าคุณนำเข้าเหล็ก อะลูมิเนียม ชิ้นส่วนโลหะ หรือวัตถุดิบอุตสาหกรรมจากจีน มีเรื่องหนึ่งที่ต้องรู้ก่อนที่มันจะกระทบต้นทุนโดยไม่ทันตั้งตัว

CBAM หรือ Carbon Border Adjustment Mechanism ของ EU เข้าสู่ระยะบังคับใช้เต็มรูปแบบแล้วตั้งแต่ต้นปี 2026 และมันไม่ได้กระทบแค่คนที่ส่งของไปยุโรปโดยตรง แต่กำลังเขย่าทั้ง Supply Chain รวมถึงธุรกิจไทยที่นำเข้าวัตถุดิบจากจีนมาผลิตต่อในบ้านเรา

สำหรับ BUBU-CHAINMATCH ประเด็นนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการคัดเลือกโรงงานที่เชื่อถือได้ การตรวจสอบ Supplier และการวางระบบจัดหาวัตถุดิบจากจีน เพราะในยุคที่กฎการค้าโลกเข้มงวดขึ้น การเลือกโรงงานจากราคาเพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป

CBAM คืออะไร และมันทำงานอย่างไร

http://ภาพโรงงานอุตสาหกรรมและข้อความ%20Carbon%20Border%20Adjustment%20Mechanism%20อธิบายมาตรการ%20CBAM%20ของสหภาพยุโรป

CBAM คือมาตรการที่กำหนดให้สินค้านำเข้าบางประเภทเข้าสู่ EU ต้องแสดงปริมาณคาร์บอนที่ปล่อยออกมาตลอดกระบวนการผลิต ถ้าสินค้านั้นปล่อยคาร์บอนสูงกว่าที่ประเทศต้นทางเก็บภาษีไว้แล้ว ผู้นำเข้าต้องซื้อ CBAM Certificate เพื่อชดเชยส่วนต่าง

สินค้ากลุ่มแรกที่อยู่ใต้มาตรการนี้ได้แก่
เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก, อะลูมิเนียม, ปูนซีเมนต์, ปุ๋ย, ไฟฟ้า และไฮโดรเจน ซึ่งครอบคลุมทั้ง Direct Emissions (Scope 1)
และบางส่วนของ Indirect Emissions (Scope 2) ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า

ฟังดูเหมือนเรื่องของคนส่งออกไปยุโรปใช่ไหม? แต่มันไม่ได้จบแค่นั้น

ธุรกิจไทยที่นำเข้าจากจีนได้รับผลกระทบจาก CBAM อย่างไร

http://การตรวจสอบม้วนอะลูมิเนียมในโรงงานจีน%20สื่อถึงการคัดเลือกโรงงานอะลูมิเนียมที่ตรวจสอบได้

จีนเป็นฐานการผลิตสำคัญของโลก โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม วัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูป ชิ้นส่วนโลหะ เครื่องจักร บรรจุภัณฑ์ และสินค้า OEM จำนวนมาก ธุรกิจไทยจำนวนมากจึงใช้จีนเป็นแหล่งจัดหาสินค้าเพื่อนำเข้ามาขาย ใช้ประกอบ หรือผลิตต่อในไทย

ปัญหาคือ CBAM ไม่ได้ดูเฉพาะประเทศที่ส่งออกสินค้าขั้นสุดท้าย แต่ให้ความสำคัญกับคาร์บอนแฝงที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการผลิต ตั้งแต่วัตถุดิบต้นทาง พลังงานที่ใช้ในโรงงาน ไปจนถึงกระบวนการผลิตของ Supplier ในแต่ละชั้นของ Supply Chain

ลองนึกภาพนี้ดู บริษัทไทยนำเข้าอะลูมิเนียมโปรไฟล์จากจีนมาประกอบชิ้นส่วนเฟอร์นิเจอร์ส่งให้ลูกค้าต่างประเทศ เมื่อก่อนลูกค้าดูแค่สเปก ราคา และกำหนดส่ง แต่วันนี้ลูกค้าอาจถามเพิ่มว่าอะลูมิเนียมมาจากโรงงานไหน ใช้พลังงานแบบใดในการผลิต และมีข้อมูล Carbon Footprint แสดงได้ไหม

ถ้าตอบไม่ได้ ไม่ใช่แค่ขายยากขึ้น แต่อาจถูกตัดออกจาก Approved Vendor List ของลูกค้าได้เลย โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าต่างประเทศที่มีข้อกำหนดด้าน ESG หรืออยู่ใน Supply Chain ของตลาดยุโรป

ผลกระทบต่อธุรกิจไทยที่นำเข้าจากจีนเกิดได้ 2 ทางหลัก

ทิศทางแรก — แรงกดดันจากลูกค้าปัจจุบัน:
สินค้าที่นำเข้าจากจีนมาผลิตต่อในไทย แล้วขายให้ลูกค้าที่ส่งออกต่อไป EU
หรือแบรนด์ข้ามชาติที่มีเกณฑ์ ESG ลูกค้าจะขอข้อมูลคาร์บอนของวัตถุดิบที่คุณใช้
เพราะเขาต้องรายงานต่อ นั่นแปลว่าคุณต้องได้ข้อมูลจากโรงงานจีนต้นทางก่อน

ทิศทางที่สอง — แรงกดดันที่กำลังจะมา:
ตลาดญี่ปุ่น สหรัฐฯ และแบรนด์ระดับโลกต่างเริ่มวางเกณฑ์ ESG ใน Supply Chain ของตัวเองแล้ว ธุรกิจที่เตรียมพร้อมตอนนี้จะไม่ต้องวิ่งไล่ตามทีหลัง

ที่สำคัญ CBAM ไม่ใช่กติกาที่หยุดอยู่แค่ EU เพราะสหราชอาณาจักรก็กำลังเดินหน้า UK CBAM โดยมีเป้าหมายเริ่มใช้ตั้งแต่ปี 2027 กับสินค้านำเข้ากลุ่มคาร์บอนสูง เช่น เหล็ก อะลูมิเนียม ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย และไฮโดรเจน

ภาพนี้สะท้อนว่า การขอข้อมูลคาร์บอนจาก Supplier อาจค่อย ๆ กลายเป็นเงื่อนไขปกติของการค้าระหว่างประเทศ ไม่ใช่ข้อกำหนดเฉพาะของตลาดยุโรปเพียงตลาดเดียว

สำหรับธุรกิจไทยที่นำเข้าวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากจีน ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะโรงงานจีนที่เลือกวันนี้อาจส่งผลต่อต้นทุน เอกสาร และความสามารถในการขายต่อให้ลูกค้าต่างประเทศในอนาคต

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่สินค้า แต่อยู่ที่ข้อมูลของโรงงานต้นทาง

http://ทีมงานตรวจสอบโรงงานจีนในพื้นที่ผลิต%20สื่อถึงปัญหาที่ไม่ได้อยู่แค่สินค้า%20แต่อยู่ที่ข้อมูลของโรงงานต้นทาง

นี่คือจุดที่หลายธุรกิจไทยเริ่มเห็นปัญหาชัดขึ้น

โรงงานจีนที่เคยเลือกเพราะ “ราคาดี ส่งไว คุณภาพผ่าน”
อาจตอบคำถามพวกนี้ไม่ได้เลย

  • วัตถุดิบที่ใช้มาจากแหล่งไหน
  • กระบวนการผลิตใช้พลังงานประเภทไหน
  • มีข้อมูลการปล่อย CO₂ ต่อหน่วยผลิตภัณฑ์ไหม
  • สามารถออกเอกสารรองรับให้ลูกค้าต่างประเทศได้ไหม

Supplier ที่ผลิตเก่ง ราคาถูก แต่ไม่มีระบบจัดเก็บข้อมูลพวกนี้
กำลังกลายเป็นระเบิดเวลาในสายการผลิตของคุณ
เพราะเมื่อถึงวันที่ลูกค้าขอเอกสาร คุณจะพบว่าต้นทุนที่แท้จริงไม่ใช่ค่าสินค้า
แต่คือเวลาและเงินที่เสียไปกับการไล่ตามข้อมูลย้อนหลังที่ไม่เคยถูกเก็บไว้ตั้งแต่แรก

โรงงานจีนไม่ได้พร้อมเท่ากันทุกเจ้า

http://โรงงานอุตสาหกรรมในจีนที่มีการปล่อยควัน%20สื่อถึงคาร์บอนแฝงและความเสี่ยงด้านข้อมูลของโรงงานต้นทาง

แรงกดดันจาก CBAM ทำให้ผู้ผลิตจีนบางส่วนเริ่มปรับตัว โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเหล็กและอะลูมิเนียมที่โดนกระทบโดยตรง บางโรงงานหันมาใช้เตาหลอมไฟฟ้า ใช้วัตถุดิบรีไซเคิล และเริ่มจัดทำข้อมูล  เพื่อรักษาลูกค้าต่างประเทศไว้

แต่นั่นเป็นแค่บางโรงงาน

โรงงานขนาดใหญ่ที่ส่งออกอยู่แล้วอาจมีระบบข้อมูลที่พอใช้ได้ แต่โรงงานขนาดกลาง โรงงานที่ขายในตลาดจีนเป็นหลัก หรือโรงงานที่ไม่เคยมีลูกค้าต่างชาติมาก่อน ส่วนใหญ่ยังไม่มีระบบจัดเก็บข้อมูลคาร์บอนที่เป็นมาตรฐานเลย

คำถามที่คุณต้องถามตัวเองตอนนี้คือ
Supplier จีนของคุณอยู่ในกลุ่มไหน?

http://ภาพกระบวนการหลอมโลหะในโรงงาน%20สื่อถึงต้นทุนแฝงจากการเลือก%20Supplier%20จากราคาต่ำสุดเพียงอย่างเดียว

ราคาต่ำสุดไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุดอีกต่อไป

การนำเข้าจากจีนมีข้อดีชัดเจน ทั้งความหลากหลาย กำลังการผลิตสูง
และราคาแข่งขันได้ แต่ข้อดีพวกนี้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อ
โรงงานที่เลือกเหมาะกับความเสี่ยงของสินค้าและตลาดปลายทาง

โรงงานที่ราคาถูกที่สุดในวันนี้ อาจสร้างต้นทุนแฝงในอนาคตได้หลายทาง

  • ต้องเปลี่ยน Supplier กะทันหันเมื่อลูกค้าขอเอกสารเพิ่ม
  • เสียเวลาไล่ตามข้อมูลย้อนหลังจากโรงงาน
  • ถูกบังคับใช้ค่ามาตรฐาน (Default Carbon Value) ที่สูงกว่าค่าจริง เพราะไม่มีข้อมูลพิสูจน์
  • เสี่ยงเสียคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ
  • แบกต้นทุนตรวจสอบเพิ่มเติมหลังเริ่มผลิตไปแล้ว

เพราะฉะนั้นการเลือก Supplier ต้องดูต้นทุนรวมทั้งหมด ไม่ใช่แค่ราคาต่อหน่วย

7 คำถามที่ต้องถามโรงงานจีนก่อนสั่ง

http://ทีมงานตรวจเอกสารและข้อมูลโรงงานจีน%20สื่อถึงคำถามสำคัญที่ควรถามก่อนสั่งผลิตจากจีน

สำหรับสินค้าที่เกี่ยวข้องกับโลหะ วัตถุดิบอุตสาหกรรม เครื่องจักร หรือชิ้นส่วนที่อาจเข้าไปอยู่ใน Supply Chain ของลูกค้าต่างประเทศ
คำถามเหล่านี้ควรเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือกตั้งแต่แรก

  1. โรงงานผลิตเองจริงหรือเป็นแค่คนกลาง?
    — ต้องรู้ว่าใครควบคุมกระบวนการผลิตจริง เพราะคนกลางไม่สามารถให้ข้อมูลการผลิตที่ตรวจสอบได้
    ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะในหลายอุตสาหกรรม รายชื่อ Supplier จำนวนมากอาจมีทั้งผู้ผลิตจริง ตัวกลาง และบริษัท trading ปะปนกัน การยืนยันผู้ผลิตจีนตัวจริงจึงช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเริ่มดีล โดยเฉพาะกรณีที่ต้องสั่งผลิตจำนวนมาก ใช้สเปกเฉพาะ หรือมีเงื่อนไขด้านเอกสารที่ลูกค้าปลายทางต้องการ
  2. วัตถุดิบหลักมาจากแหล่งใด และแสดงที่มาได้ไหม?
    — Traceability กำลังกลายเป็นเงื่อนไขบังคับในหลายตลาด
  3. มีระบบบันทึกข้อมูลการใช้พลังงานและกระบวนการผลิตไหม?
    — โรงงานที่ไม่มีระบบนี้จะออกเอกสารรับรองคาร์บอนให้ไม่ได้
  4. เคยจัดทำ Embedded Emissions หรือ Carbon Footprint ให้ลูกค้าต่างประเทศบ้างไหม?
    — ถ้าเคย แปลว่ามีระบบรองรับอยู่แล้ว
  5. มีเอกสารมาตรฐานโรงงานหรือระบบ QC ที่ตรวจสอบได้ไหม?
    — เป็นสัญญาณของโรงงานที่บริหารจัดการเป็นระบบ
  6. รองรับ Factory Audit จากบุคคลภายนอกได้ไหม?
    — โรงงานที่ไม่ยอมให้ audit ควรระวังเป็นพิเศษ
  7. ถ้าลูกค้าปลายทางขอข้อมูลเพิ่มเติม โรงงานจัดการได้ภายในเวลาเท่าไหร่?
    — ความเร็วในการตอบสนองบอกได้มากว่าโรงงานพร้อมแค่ไหน

คำถามเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อเพิ่มขั้นตอน
แต่เพื่อให้รู้ก่อนว่า Supplier รายนี้จะสร้างปัญหาให้ตอนไหน
เพราะเปลี่ยน Supplier หลังเริ่มผลิตไปแล้วแพงกว่าตรวจสอบก่อนเริ่มดีลเสมอ

ประเมิน Supplier จีนให้ครบ 5 มิติ ไม่ใช่แค่ราคา

http://ทีม%20BUBU-CHAINMATCH%20ประชุมเพื่อประเมิน%20Supplier%20จีนก่อนตัดสินใจสั่งผลิต

ใน CBAM Era การประเมิน Supplier ต้องขยายออกจากกรอบเดิม

  1. ความน่าเชื่อถือของโรงงาน — มีโรงงานจริงไหม มีประวัติผลิตสินค้าประเภทที่ต้องการหรือเปล่า ผลิตตามสเปกได้จริงไหม
  2. ความเสี่ยงด้านคุณภาพ — ระบบ QC เป็นอย่างไร กระบวนการตรวจรับวัตถุดิบ และความสม่ำเสมอในการผลิต
  3. ความเสี่ยงด้านการส่งมอบ — กำลังการผลิตจริงเป็นเท่าไหร่ ควบคุม Lead Time ได้แค่ไหน
  4. ความพร้อมด้านข้อมูล — มีเอกสารวัตถุดิบ ข้อมูลกระบวนการผลิต พลังงาน และรองรับการตรวจสอบย้อนกลับได้ไหม
  5. ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ — สินค้าเข้าข่าย CBAM ไหม ลูกค้าปลายทางมีเกณฑ์ ESG หรือเปล่า มีโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่มในอนาคตไหม

พอดูครบทุกมิติ จะเห็นเองว่า Supplier รายไหนเหมาะกับดีลระยะสั้น และรายไหนสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวได้จริง

ธุรกิจที่นำเข้าจากจีนควรมีขั้นตอนคัดเลือกซัพพลายเออร์จีนที่ชัดเจน ตั้งแต่การรับ Brief ตรวจสอบโรงงาน ประเมิน QCDSM ไปจนถึงการทดสอบสินค้าก่อนตัดสินใจ เพราะการเลือก Supplier ที่ดีไม่ใช่แค่การหาใบเสนอราคาที่ถูกที่สุด แต่คือการประเมินว่าผู้ผลิตรายนั้นเหมาะกับเป้าหมายทางธุรกิจและความเสี่ยงที่รับได้หรือไม่

มีเอกสารจากโรงงานแล้ว ยังต้อง Factory Audit อีกไหม

http://ารเดินตรวจโรงงานจีนและม้วนโลหะในสายการผลิต%20สื่อถึงความสำคัญของ%20Factory%20Audit%20ก่อนสั่งผลิต

ต้อง และสำคัญมากขึ้นกว่าเดิมด้วย

เอกสารจากโรงงานเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ไม่ใช่หลักฐานเดียวที่พอ
โดยเฉพาะเมื่อสั่งผลิตปริมาณมากหรือใช้วัตถุดิบนั้นในสินค้าที่ส่งต่อลูกค้ารายใหญ่

Factory Audit ช่วยตรวจสอบในสิ่งที่เอกสารบอกไม่ได้
เช่น โรงงานมีสายการผลิตจริงหรือเปล่า
เครื่องจักรและกำลังผลิตตรงกับที่แจ้งไว้ไหม
ระบบ QC ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ
มีการจัดเก็บข้อมูลการผลิตอย่างเป็นระบบไหม
และรองรับข้อกำหนดจากลูกค้าต่างชาติได้จริงแค่ไหน

พูดตรง ๆ คือ Factory Audit ไม่ได้มีไว้แค่กันของด้อยคุณภาพ
แต่ช่วยให้รู้ตั้งแต่ต้นว่า Supplier รายนี้มีระบบข้อมูลพอรองรับกฎการค้าใหม่หรือเปล่า

ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม เช่น เหล็กและวัสดุก่อสร้าง การตรวจสอบโรงงานเหล็กจีนมีความสำคัญมาก เพราะช่วยแยกผู้ผลิตโดยตรงออกจากตัวกลาง และทำให้ธุรกิจเห็นข้อมูลภาคสนามก่อนตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นกำลังผลิตจริง ระบบควบคุมคุณภาพ ความพร้อมด้านเอกสาร หรือข้อจำกัดที่อาจไม่ปรากฏอยู่ในใบเสนอราคา

ธุรกิจไทยควรปรับกลยุทธ์การนำเข้าจากจีนอย่างไร

http://ภาพท่าเรือและตู้คอนเทนเนอร์%20สื่อถึงความเสี่ยงของธุรกิจไทยที่นำเข้าสินค้าจากจีนภายใต้กติกา%20CBAM

ไม่ต้องหยุดนำเข้าจากจีน แต่ต้องเลือกโรงงานจากข้อมูลมากกว่าราคา

เริ่มจากแยกสินค้าที่มีความเสี่ยงสูงออกมาก่อน
ได้แก่ สินค้าที่เกี่ยวข้องกับเหล็ก อะลูมิเนียม ชิ้นส่วนโลหะ เครื่องจักร อุปกรณ์อุตสาหกรรม หรือสินค้าที่ลูกค้าปลายทางอาจส่งต่อไป EU

จากนั้นตรวจสอบ Supplier ปัจจุบันว่าให้ข้อมูลอะไรได้บ้าง
ถ้ายังไม่มีระบบข้อมูลครบ ประเมินให้ชัดว่าจะพัฒนาร่วมกับ Supplier รายเดิมได้ไหม หรือถึงเวลาหาแหล่งผลิตใหม่ที่มีความพร้อมกว่า

บางครั้งโรงงานที่ราคาสูงขึ้นนิดหน่อยแต่ออกเอกสารได้ครบ ตรวจสอบได้ และมีมาตรฐานการผลิตชัดเจน คุ้มค่ากว่าโรงงานำต้นทุนรวมต่ำที่กำลังสร้างความเสี่ยงอยู่เงียบ ๆ

BUBU-CHAINMATCH ช่วยธุรกิจไทยจัดการความเสี่ยงจาก CBAM ได้อย่างไร

http://ทีม%20BUBU-CHAINMATCH%20ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานจีน%20เพื่อช่วยธุรกิจไทยจัดการความเสี่ยงจาก%20CBAM

นี่คือสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวัน

BUBU-CHAINMATCH เชื่อมธุรกิจไทยกับโรงงานจีนที่ผ่านการคัดกรองแล้ว
ไม่ใช่แค่หาให้ถูก แต่หาให้ตรงกับเป้าหมายทางธุรกิจและระดับความเสี่ยงที่รับได้

เราประเมินโรงงานหลายด้านก่อนที่คุณจะต้องตัดสินใจอะไร
ตั้งแต่ความสามารถในการผลิต ประวัติโรงงาน ความพร้อมด้านเอกสาร
ไปจนถึงความเสี่ยงของ Supplier

บริการ Factory Matching, Supplier Verification และ Factory Audit ที่เราทำ
มีไว้เพื่อให้การตัดสินใจของคุณมีข้อมูลรองรับ ไม่ใช่อิงแค่ราคาที่ Supplier เสนอ

ในยุคที่กฎการค้าวัดความสามารถของธุรกิจจากข้อมูลทั้ง Supply Chain
การมีโรงงานที่ผลิตได้อย่างเดียวไม่พออีกต่อไปแล้ว

สำหรับธุรกิจที่ต้องการจัดหาวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนจากจีน BUBU-CHAINMATCH มี บริการจัดหาซัพพลายเออร์จีนสำหรับผู้ผลิตไทย ตั้งแต่การคัดเลือก ตรวจสอบ เปรียบเทียบโรงงาน ไปจนถึงการวางแผนก่อนเริ่มดีลจริง

อยากรู้ว่า Supplier จีนของคุณพร้อมแค่ไหน?

หากธุรกิจของคุณต้องการตรวจสอบ Supplier จีนก่อนเริ่มสั่งผลิต หรือต้องการประเมินความพร้อมของโรงงาน
ทีม BUBU-CHAINMATCH สามารถช่วยวางกระบวนการคัดกรองให้เหมาะกับเป้าหมายทางธุรกิจได้

CBAM ไม่ได้ทำให้การนำเข้าจากจีนหมดโอกาส แต่ทำให้ธุรกิจต้องเลือกโรงงานจากข้อมูลมากกว่าราคา

CBAM บังคับใช้เต็มรูปแบบแล้ว และกำลังเปลี่ยนวิธีที่ธุรกิจทั่วโลกเลือก Supplier
จากเดิมที่ดูแค่ราคา คุณภาพ และระยะเวลาผลิต
ตอนนี้ต้องดูเพิ่มเรื่องข้อมูลวัตถุดิบ คาร์บอนแฝง เอกสารสนับสนุน
และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับด้วย

ธุรกิจที่ปรับตัวก่อนจะได้เปรียบ
ตอบคำถามลูกค้าต่างประเทศได้เร็วกว่า ลดต้นทุนแฝงได้
และเลือกโรงงานที่เติบโตไปกับธุรกิจในระยะยาวได้ดีกว่า

โรงงานที่ดีในวันนี้ต้องไม่ใช่แค่ผลิตได้ แต่ต้องตรวจสอบได้
และพร้อมรองรับกติกาใหม่ของตลาดโลกด้วย

http://ภาพผู้บริหาร%20BUBU-CHAINMATCH%20สื่อถึงบทบาทที่ปรึกษาด้านการจัดหาและตรวจสอบโรงงานจีน

Chief Executive Officer (CEO)
Pornpailin P.

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ CBAM และการนำเข้าจากจีน

01. CBAM มีผลกับธุรกิจไทยที่ไม่ได้ส่งออกไป EU โดยตรงไหม?

มีผลในทางอ้อม ถ้าสินค้าที่ผลิตในไทยถูกขายต่อให้ลูกค้าที่ส่งออกไป EU หรือรายงานข้อมูล ESG ลูกค้าเหล่านั้นจะขอข้อมูลคาร์บอนของวัตถุดิบที่คุณใช้ ซึ่งหมายความว่าคุณต้องมีข้อมูลจากโรงงานจีนต้นทางด้วย

สินค้ากลุ่มแรกที่อยู่ใต้มาตรการ CBAM ได้แก่ เหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก, อะลูมิเนียม, ปูนซีเมนต์, ปุ๋ย, ไฟฟ้า และไฮโดรเจน ธุรกิจที่นำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากจีนมาใช้ในกระบวนการผลิตควรเริ่มตรวจสอบ Supplier ตั้งแต่ตอนนี้

Embedded Emissions คือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาระหว่างการผลิตสินค้า รวมถึงพลังงานที่ใช้ วัตถุดิบต้นทาง และกระบวนการผลิตทั้งหมด CBAM ใช้ตัวเลขนี้ในการคำนวณภาษีที่ผู้นำเข้าต้องจ่าย หากโรงงานจีนไม่มีข้อมูล Embedded Emissions EU จะใช้ค่ามาตรฐานที่มักสูงกว่าค่าจริง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น

สัญญาณที่ดีคือโรงงานมีระบบบันทึกข้อมูลการใช้พลังงาน เคยออกเอกสาร Carbon Footprint ให้ลูกค้าต่างประเทศมาก่อน ยอมรับ Factory Audit จากบุคคลภายนอก และสามารถแสดงที่มาของวัตถุดิบได้ ถ้าโรงงานตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ ถือว่ามีความเสี่ยงสูง

BUBU-CHAINMATCH ให้บริการ Factory Sourcing, Supplier Verification และ Factory Audit โดยประเมินความพร้อมของโรงงานในหลายมิติ รวมถึงระบบข้อมูลและเอกสารที่จำเป็นสำหรับข้อกำหนดของตลาดต่างประเทศ ช่วยให้ธุรกิจไทยเลือกโรงงานจีนได้อย่างมีข้อมูลรองรับก่อนเริ่มดีลจริง